รู้ได้อย่างไรว่าเป็นมะเร็ง? 

zonoprotein

ผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์เมื่อสายเกินไป เมื่อตรวจพบเจอก้อนมะเร็งก็ลุกลามไปยังส่วนต่างๆของร่างกายแล้ว ทำให้ยากต่อการรักษาให้หายขาด แพทย์จึงแนะนำให้บุคคลทั่วไปตรวจสุขภาพทุกปีเพื่อค้นหาความผิดปกติหรือการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่อาจเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ทั้งนี้เทคนิก ที่ใช้ในการตรวจคัดกรองมะเร็งก็มีหลายวิธีด้วยกัน ได้แก่

  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือด ปัสสสาวะ อุจจาระ
  • การตรวจทางพยาธิวิทยาและเนื้อเยื่อ เช่น การขูดเซลล์จากเยื่อบุปากมดลูก เยื่อบุช่องปาก
  • การตรวจด้วยเครื่องมือเอ๊กซเรย์ แมมโมแกรม อัลตร้าซาวด์ เช่นการเอ๊กซเรย์ปอดกับทางเดินอาหาร การทำแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวด์ที่เต้านม
  • การตรวจด้วยอุปกรณ์พิเศษ เช่น การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก การตรวจด้วยเครื่องมือ MRI, CT scan, PET scan เพื่อดูอวัยวะในกระโหลกศรีษะ หลอดเลือดในสมอง กระดูกสันหลัง อุ้งเชิงกราน กระเพาะปัสสาวะ มดลูก รังไข่ ต่อมลูกหมาก

 

 

อาการเบื้องต้นของโรคมะเร็งที่ต้องเฝ้าระวัง

เราสามารถสังเกตุอาการโรคมะเร็งได้ด้วยตัวเราเอง เพราะเราในฐานะเจ้าของร่างกายย่อมต้องรู้ถึงความผิดปกติได้ก่อนผู้อื่น สภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปเช่นการขับถ่ายเปลี่ยนไป คลำพบก้อนเนื้อ น้ำหนักตัวลดหรือเพิ่มผิดสังเกตุ มีเลือดออกที่อวัยวะต่างๆ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการก่อตัวของโรคมะเร็งได้ โดยควรสังเกตุอาการผิดปกติดังต่อไปนี้

 

1. มะเร็งเต้านม: พบก้อนที่เต้านมหรือรักแร้เมื่อลองคลำดูรู้สึกเจ็บ ขนาดและรูปทรงของเต้านมเปลี่ยนไป หัวนมปกติเริ่มเป็นหัวนมบอด มีของเหลวหรือน้ำเลือดไหลออกจากหัวนม

 

2. มะเร็งปากมดลูก: ประจำเดือนผิดปกติโดยอาจมามากเกินไปหรือน้อยกะปริบกะปรอย มีเลือดออกจากช่องคลอดโดยไม่ใช่ช่วงเวลาที่มีประจำเดือน ตกขาวมีกลิ่นเหม็นและมีสีน้ำตาล ปวดช่องคลอดและมีเลือดออกหลังเพศสัมพันธ์

 

3. มะเร็งรังไข่: ถือเป็น “มะเร็งเงียบ” ชนิดหนึ่งเพราะเป็นมะเร็งที่ตรวจพบยากเนื่องจากไม่มีวิธีตรวจคัดกรองที่ชัดเจนเหมือนมะเร็งปากมดลูก นอกจากนี้ยังมีอาการคล้ายกับความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารและขับถ่ายเช่น ปวดหน่วงๆบริเวณท้องน้อยด้านซ้ายหรือขวา จุกเสียดอึดอัดแน่นท้อง ท้องผูก  คลำเจอก้อนเนื้อแถวท้องน้อย ท้องโตขึ้นรวดเร็ว ปวดท้องกระทันหัน มีพุงห้อยย้อยระดับต่ำกว่าปกติ ผู้ป่วยมะเร็งรังไข่มักตรวจพบในระยะท้ายๆ ซึ่งมะเร็งได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นแล้ว ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคล้ายมะเร็งปากมดลูกคือประจำเดือนผิดปกติและมีเลือดออกกะปริบกะปรอยทั้งที่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่มีประจำเดือน หากสงสัยว่าตัวเองมีอาการที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ ควรปรึกษาแพทย์และขอตรวจอัลตร้าซาวด์ผ่านช่องคลอดเพื่อดูรูปร่างและขนาดของรังไข่

 

4. มะเร็งตับ: ปวดท้องโดยเฉพาะบริเวณข้างขวาส่วนบนและอาจปวดร้าวไปที่หลังหรือไหล่ ตัวเหลือง ตาขาวเป็นสีเหลือง น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร มีอาหารท้องมาน ตับโตขึ้นจนท้องเปลี่ยนรูปร่างไป

 

5. มะเร็งปอด: มีปัญหาเรื่องการหายใจเช่นหายใจมีเสียงหวีดๆหรือหายใจสั้นถี่ๆ เหนื่อยหอบ เหนื่อยง่ายและเหนื่อยเป็นประจำ หายใจไม่ทั่วท้อง เจ็บหน้าอก ไอบ่อย ไอเป็นเลือดออก เสียงแหบ น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว

 

6. มะเร็งกระเพาะอาหาร: ปวดท้องส่วนบนตรงกลาง ท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียนโดยอาจะมีเลือดปนมาด้วยและอาจะพบเลือดในอุจจาระ อุจจาระเป็นสีดำ น้ำหนักลดอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

zono_%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%88_%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87_

 

7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ: ปัสสาวะเป็นเลือด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะติดขัดและปวดแสบหลังปัสสาวะ มีอาการซีด อ่อนเพลีย อาจมีอาการปวดหลังตอนล่าง

 

8. มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก: มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป อาการมะเร็งลำไส้ใหญ่มักมีความแปรปรวนในระบบขับถ่าย เช่น ท้องผูก หรือท้องผูกสลับท้องเสีย มีอาการปวดหน่วงๆที่ลำไส้ซ้ายหรือขวาตามตำแหน่งก้อนมะเร็ง คลื่นไส้และอยากอาเจียนเป็นประจำ เบื่ออาหาร สำหรับมะเร็งลำไส้ตรงหรือทวารหนัก มักอุจจาระมีเลือดปน ปวดทวารหนักอย่างรุนแรง รู้สึกเหมือนถ่ายอุจจาระไม่สุด

 

9. มะเร็งต่อมลูกหมาก: ปัสสาวะติดขัดและมีอาการปวด ปัสสาวะอ่อนไม่พุ่งแรง กลั้นปัสสาวะไม่ได้ มีเลือดปนในปัสสาวะหรือน้ำอสุจิ อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวยาก เมื่อถึงจุดสุดยอดระหว่างร่วมเพศจะมีอาการเจ็บตอนหลั่งน้ำอสุจิ

 

10. มะเร็งเม็ดเลือดขาว: มักรู้จักในชื่อ ลูคิวเมีย (Leukemia) มักพบในคนไข้อายุน้อยแต่ก็เป็นได้ในทุกวัย อาการที่สังเกตุได้คือ เลือดออกง่าย เช่นเลือดออกตามไรฟัน ประจำเดือนมามากผิดปกติ ฟกช้ำดำเขียวง่าย เนื้อตัวเป็นจ้ำๆ เลือดจาง ซีด ร่างกายอ่อนแอเหนื่อยง่าย เป็นไข้ ติดเชื้อและอักเสบได้ง่าย น้ำหนักลด

 

11. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง: พบก้อนที่บริเวณต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ อาจยังไม่มีอาการเจ็บในช่วงแรกมีแค่มีขนาดโตผิดปกติ ต่อมทอนซิลโตขึ้น น้ำหนักลด เบื่ออาหาร มีไข้เป็นระยะ มักเหงื่อออกมากเวลากลางคืน

 

12. มะเร็งสมอง: ปวดศีรษะร่วมกับอาหารคลื่นไส้อาเจียน อาจมีอาการปวดศรีษะรุนแรงจนไม่สามารถนอนหลับได้ มีปัญญาด้านการมองเห็น เช่น ตาพร่า เห็นแสงเป็นจุดๆลอยไปมา มีอาการชาที่แขน ขา ปลายนิ้ว มีทักษะในการรับรู้ การพูดสื่อสารไม่เหมือนเดิม สูญเสียการทรงตัว รู้สึกชาที่ใบหน้าซีกใดซีกหนึ่งและมีปัญหาในการควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้า

 

หากตรวจพบความผิดปกติของร่างหรือสงสัยว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็ง ควรติดต่อแพทย์เพื่อทำการตรวจคัดกรองโดยด่วน เพราะการตรวจพบมะเร็งในระยะต้นๆสามารถเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาดได้มากกว่า

line_innova